เมนูหลัก
บริการรับดู ฮวงจุ้ย บ้าน,อาคาร และที่ดิน ทั่วประเทศ
Home
Member
Web Board
Shopping Cart
รับดูดวงนอกสถานที่ พร้อมทีมงาน
ทำนายดวง กับตั้งชื่อมงคล โดย อ.ณัฐวรรธน์
Contact Us
About Us
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
เข้าวัดเข้าวา
ร้านหนังสือธรรมะบนเน็ต
เว็บธรรมะออนไลน์
หอมรดกไทย
ฟังธรรมดอทคอม
สนพ.ธรรมสภา-ศูนย์หนังสือพระพุทธศาสนา
นะโมบุ๊คดอทคอม
สนพ.เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์
พุทธวจน : วัดนาป่าพง
ธรรมสมาธิ:- อานาปานสติ สติปัฏฐาน (พระสังฆราช)
วัดจันทาราม (ท่าซุง)
ศูนย์พุทธศรัทธา
เว็บบอร์ด พลังจิต
บ้านธัมมะ
แนะนำร้านค้าน่าสนใจ
ร้านจำหน่ายจานและอุปกรร์ดาวเทียม
เครื่องเล่นหนัง Hidef-MKV, Hidef-Bluray 3D พร้อมสาย HDMI, OPTICAL
ร้านจำหน่ายวัตถุมงคล,สินค้าเสริม,แก้ฮวงจุ้ย ของ อ.ณัฐวรรธน์ ปภาเทพ
เครื่องกรองน้ำ และไส้กรองน้ำ
ร้านขายชาไทย สุวิรุฬห์
เรื่องเด่น modonut.net
วิธีแก้เคราะห์ปีชงปีนี้(ปีกระต่าย 2554) และเสริมพื้นดวง
ปลูกต้นไม้มงคล สำหรับคนเกิดวันต่างๆ
พิธีการขึ้นเสาเอก สำหรับบ้านและอาคารทั่วไป
การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ่งเอี้ย ปีนี้ 2557 (ปีมะเมีย)
บทสวด อนุโมทนา แก่เจ้ากรรมนายเวร และพระรัตนตรัย เสริมสร้างบารมีดีนัก
วิธีเสริมดวง สะเดาะเคราะห์
บริการดูฮวงจุ้ย บ้าน,อาคาร,ที่ดิน ทั่วประเทศ
สำหรับคนชอบหนังและ DVD
BioHazard เว็บแจกปกและสกรีน
FREECOVER เวบรวมปกหนัง
ACKER เวบรวมปกหนังทำเอง
nangdee
เวบขายแผ่นเปล่า, กล่อง DVD
DVD2HAND เวบขายแผ่น
CDCOVER เวบรวมปกหนัง
เว็บรวมข้อมูลหนัง imdb
เว็บรวมข้อมูลหนัง thaidvd
เว็บรวมข้อมูลหนังและดาราเอเซีย
thaicinema
เวบรวมปกหนังและสกรีนแผ่น (ไทย)
ร้านบูมแมอแรง ขาย DVD ส่งถึงบ้าน
โชคชะตาราศรี
ดูดวงด้วยกราฟชีวิต
ดูดวงด้วยเลข 7 ตัว 9 ฐาน
ดูดวงทำนายฝัน
ดูดวงรายวันด้วยไพ่ยิบซี
ดูไพ่ยิบซีทำนายรัก
ดูดวงด้วยไพ่ยิบซี
ดูวงวันเกิดด้วยไพ่พรหมญาณ
ดูดวงคู่สมพงษ์ คนรัก
หนังสือพิมพ์
คมชัดลึก
เดลินิวส์
ไทยโพสต์
แนวหน้า
ผู้จัดการ
บ้านเมือง
เส้นทางเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
บางกอกโพสต์
ไทยรัฐ
สยามสปอร์ต
สยามรัฐ
สาระความรู้
learntarot.com
ห้องสมุดหนังสือเก่า
ระบบตรวจวัดระดับน้ำในคลอง
ข้อมูลไพ่ Tarot
Ya & You ยากับคุณ
เทียบค่าสกุลเงิน
เว็บสำหรับคนรักสามเกลอ (พล นิกร กิมหงวน)
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ห้องสมุดกฎหมาย
ห้องสมุดดิจิตอล
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ระบบตรวจวัดน้ำท่วมบนถนน
บันเทิง
เว็บสำหรับฝากรูปฟรี
TeeNee.com เว็บบันเทิง
หมากรุกไทย ออนไลน์
HdPlayerThailand
กระปุกดอทคอม
สนุกดอทคอม
ไทยแวร์ดาวน์โหลด
บอร์ด นิยายจีนกำลังภายใน
สยามดารา ข่าวบันเทิง,ดารา
การเดินทาง
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ศูนย์รวมอาหารและสินค้า
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข้อมูลโรงแรม,ที่พักทั่วไทย
ศูนย์รวมจานด่วน ส่งถึงบ้าน
สภาพการจราจร
เช็คเที่ยวบิน
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
Nation Channel
MEDIA TOUCH TV
ทีวีสี ช่อง 3
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
ค้นหาทันใจ
ค้นหาสิ่งของฝากส่งทางไปรษณีย์
มุมนักเสี่ยงโชค
ตรวจผลล็อตเตอรี่
ผลสลากออมสิน
ห้องความรู้มางธรรม ห้องสมุดธรรมะ
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
"วัดไตรมิตร"งามวิจิตรหลวงพ่อทองคำ
(Reader : 1778)
ถนนเยาวราชนั้น ได้ชื่อว่าเป็น "ถนนสายมังกร" โดยส่วนหัวของมังกรนั้นอยู่ที่บริเวณ"วงเวียนโอเดียน" หรือ "ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ" ท้องมังกรก็อยู่ในบริเวณที่ช่วงกลางๆของถนนที่เต็มไปด้วยร้านทอง และร้านอาหารสารพัดอย่าง ส่วนหางมังกรนั้นก็อยู่บริเวณสุดถนนเยาวราชใกล้กับสี่แยกวัดตึก
       
       "วัดไตรมิตรวิทยาราม" พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ถือเป็นวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณส่วนหัวของมังกร เดิมเป็นวัดโบราณชื่อว่า "วัดสามจีน" เนื่องจากเชื่อว่าผู้ที่สร้างวัดเป็นชาวจีนกลุ่มแรกๆที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย ในจำนวนนั้นมีชาวจีน 3 คนที่สร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยเป็นเจ้าสัว มีจิตศรัทธาร่วมใจกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น จึงเรียกว่าวัดสามจีน แต่ภายหลังจากที่มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ วัดสามจีนก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดไตรมิตรวิทยารามอย่างในปัจจุบัน

Posted by : modonutวัน/เวลา : 16/9/2557 8:17:33
ภายในวัดมีพระอุโบสถที่ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2490 แทนพระอุโบสถเดิมที่ได้รับความกระทบกระเทือนจากระเบิดเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพระอุโบสถทรงจัตุรมุข หลังคาสามชั้น มีชานรอบพระอุโบสถ บานประตู หน้าต่างเขียนลายรดน้ำสวยงาม ภายในประดิษฐาน "พระพุทธทศพลญาณ" พระประธานของวัดไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปูนปั้นลงรักปิดทอง
       
       แต่พระพุทธรูปที่โดดเด่นของวัดไตรมิตรฯ ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างก็มีความศรัทธาชื่นชมนั้น ก็คือ "หลวงพ่อทองคำ" หรือ "พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร" พระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระวิหารของวัด หลวงพ่อทองคำนั้นมีความสำคัญตรงที่เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกของไทยที่ได้รับการบันทึกไว้ใน The Guinness Book of World Record ปีค.ศ.1991 ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยขนาดขององค์พระนั้นมีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว หรือมากกว่า 2.50 เมตร ความสูงจากพระเกตุมาลาถึงฐานทับเกษตร (ฐานที่รองรับพระพุทธรูป) 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว หรือประมาณ 3.04 เมตร 10 ฟุต น้ำหนักประมาณ 5.5 ตัน และที่สำคัญคือสร้างด้วยทองคำแท้ มีมูลค่าสูงกว่า 21 ล้านปอนด์ ตามที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือกินเนสส์บุ๊ค เมื่อปี พ.ศ.2533 มาจนถึงตอนนี้เมื่อราคาทองพุ่งกระฉูด ฉันเชื่อว่ามูลค่าย่อมสูงขึ้นกว่าเดิมอีกหลายสิบเท่า

Posted by :modonut
วัน/เวลา :16/9/2557 8:18:16
ประวัติความเป็นมา
 
       แต่เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ถูกพอกปิดด้วยปูนทั่วทั้งองค์ พุทธลักษณะภายนอกไม่งดงามหรือโดดเด่น จากหลักฐานที่ปรากฏพบว่า เคยประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดโชตินาราม หรือวัดพระยาไกร มาตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

      ต่อมาวัดพระยาไกรขาดคนบูรณปฏิสังขรณ์ จึงตกอยู่ในสภาพรกร้าง ราว พ.ศ. ๒๔๗๔ บริษัท อีสต์เอเซียติก จำกัด ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานป่าไม้ ได้ขอเช่าที่จากรัฐบาล เข้าจัดสร้างโรงเลื่อยไม้ขนาดใหญ่ในบริเวณวัดร้างแห่งนี้ มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมของวัดพระยาไกรออกจนเหลือแต่พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่

      ในขณะนั้น “วัดสามจีน” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นวัดไตรมิตรวิทยาราม กำลังอยู่ในระหว่างการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ทั่วทั้งพระอาราม โดยสร้างวิหารสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปเพิ่มเติม สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เจ้าคณะแขวงล่าง เห็นว่า จะปล่อยองค์พระพุทธรูปปูนปั้นให้อยู่ที่เดิมต่อไปจะเป็นการไม่สมควร ประกอบกับวัดสามจีน มีสถานที่กว้างขวางเหมาะสมกับการประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ จึงมอบให้คณะกรรมการวัดสามจีน อันประกอบด้วย พระมหาเจียม กมโล, พระมหาไสว ฐิตวีโร (พระวิสุทธาธิบดี), น.อ. หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย), ร.น. หลวงบริบาลเวชกิจ (ยู้ ลวางกูล), นายสนิท เทวินทรภักดี ร่วมกันอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้จากวัดพระยาไกรมาประดิษฐานยังวัดสามจีน

Posted by :modonut
วัน/เวลา :16/9/2557 8:20:20
จากพระพุทธรูปปูนปั้น สู่ "พระพุทธพุทธรูปทองคำ"
 
       พระพุทธรูปปูนปั้นจึงถูกอัญเชิญมาตั้งแต่นั้น โดยในขณะที่ยังบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามไม่แล้วเสร็จ คณะกรรมการวัดได้ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปไว้ข้างเจดีย์เป็นการชั่วคราว ในระหว่างนี้ มีผู้มาขออัญเชิญไปประดิษฐานยังวัดต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ การก่อสร้างพระอาราม พระวิหารต่าง ๆ ในวัดสามจีน ใช้เวลาเนิ่นนาน จนล่วงเลยไปถึง ๒๐ ปี ใน พุทธศักราช ๒๔๙๘ การบูรณะจึงเสร็จสิ้นเรียบร้อย

       เมื่อทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม ท่านเจ้าคุณพระวิสุทธาธิบดี (ไสว ฐิตวีรมหาเถระ ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสซึ่งขณะนั้นมีสมณศักดิ์เป็นพระวีรธรรมมุนี ผู้ดำเนินการสร้างวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจนแล้วเสร็จ ได้เป็นแม่กองเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปปูนปั้นองค์นี้ เพื่อนำขึ้นประดิษฐานยังพระวิหารซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ การเคลื่อนย้ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากองค์พระมีขนาดใหญ่ และหนักมาก ต้องใช้ปั้นจั่นยกองค์พระพุทธรูป ในขณะทำการยกนั้น ปรากฏว่า ลวดสลิงที่ยึดองค์พระเกิดขาดเพราะทานน้ำหนักองค์พระไม่ไหว องค์พระพุทธรูปจึงตกลงกระแทกบนพื้นอย่างแรง พอดีกับเวลานั้น เป็นเวลาใกล้ค่ำ และฝนก็บังเอิญตกอย่างหนัก การอัญเชิญพระพุทธรูปในวันนั้น จึงเป็นอันต้องหยุดชะงักลง

       ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ท่านเจ้าอาวาส ได้มาตรวจดูองค์พระ เพื่อหาทางอัญเชิญขึ้นประดิษฐานใหม่ ก็ได้พบเห็นรอยแตกที่พระอุระ และเห็นรักที่ฉาบผิวองค์พระด้านใน เมื่อแกะรักออก ก็ได้พบเนื้อทองคำบริสุทธิ์งามจับตาอยู่ชั้นในสุด ท่านเจ้าอาวาส จึงสั่งการระดมผู้คนช่วยกันกะเทาะปูน และลอกรักออกหมดทั้งองค์ ความงดงามแห่งเนื้อทองบริสุทธิ์ขององค์พระปฏิมาจึงปรากฏให้เห็นพร้อมพุทธลักษณะที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สกุลช่างสุโขทัย ที่งดงามจับตาจับใจผู้พบเห็นยิ่งนัก

       ความยากลำบากในการเคลื่อนย้ายหมดสิ้นลงเมื่อมีการคุ้ยดินใต้ฐานทับเกษตรออก และพบกุญแจกลสำหรับถอดองค์พระออกเป็นส่วน ๆ ได้ ๙ ส่วน เพื่อสะดวกต่อการอัญเชิญขึ้นประดิษฐานยังพระวิหาร จึงดำเนินการถอดองค์พระออกแต่เพียง ๔ ส่วน คือ ส่วนพระศอ ส่วนพระหัตถ์ทั้ง ๒ ข้าง และส่วนพระนาภี ทำให้สามารถอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ ขึ้นประดิษฐานยังพระวิหาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้จัดเตรียมไว้โดยราบรื่น

Posted by :modonut
วัน/เวลา :16/9/2557 8:21:08
ที่สุดของไทย ที่สุดของโลก
 
       การค้นพบพระพุทธรูปทองคำปางมารวิชัยของวัดไตรมิตรวิทยารามในครั้งกระนั้น ได้เป็นข่าวสำคัญอย่างอึกกะทึกครึกโครมไปทั่วทั้งประเทศ หนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ หลายฉบับ ต่างก็พากันประโคมข่าวกันอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางความปลื้มปีติยินดีของพุทธศาสนิกชนทั่วหน้า มีการตรวจสอบ และประเมินเนื้อทองขององค์พระพุทธรูปซึ่งเป็นทองคำบริสุทธิ์ เรียกว่า ทองเนื้อเจ็ด น้ำสองขา (มาตราทองคำของไทยโบราณตั้งไว้ตั้งแต่ทองเนื้อสี่ คือทองหนัก ๑ บาท จะมีค่า ๔ บาท ทองเนื้อเจ็ด คือทองหนัก ๑ บาท จะมีค่า ๗ บาท ซึ่งเป็นทองที่มีค่าของเนื้อทองรองจากทองนพคุณหรือทองเนื้อเก้า ซึ่งทองเนื้อเก้าจะเริ่มพบที่บางตะพานในแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ เรียกกันว่าทองคำบางตะพาน ส่วนคำว่าสองขาหมายถึง ๒ สลึง) มีน้ำหนักกว่า ๕ ตัน คิดเป็นน้ำหนักทองคำ ๒๕,๐๐๐ ปอนด์ หรือคิดเป็นมูลค่าเฉพาะเนื้อทองคำในขณะนั้น (พ.ศ. ๒๔๙๘ ) ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๒๙๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองร้อยเก้าสิบสี่ล้านบาท) อันเป็นราคาทองคำที่ถูกประเมินในครั้งแรก

       พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร หรือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร นับเป็น “พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” หนังสือกินเนสบุ๊ค ฉบับปี ค.ศ. ๑๙๙๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ได้ทำการประเมินค่าอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ค.ศ. ๑๙๙๐ (พ.ศ. ๒๕๓๓) และบันทึกไว้ว่า เป็นพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าเฉพาะเนื้อทองคำสูงถึง ๒๑.๑ ล้านปอนด์

Posted by :modonut
วัน/เวลา :16/9/2557 8:21:59