เมนูหลัก
บริการรับดู ฮวงจุ้ย บ้าน,อาคาร และที่ดิน ทั่วประเทศ
Home
Member
Web Board
Shopping Cart
รับดูดวงนอกสถานที่ พร้อมทีมงาน
ทำนายดวง กับตั้งชื่อมงคล โดย อ.ณัฐวรรธน์
Contact Us
About Us
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
เข้าวัดเข้าวา
ร้านหนังสือธรรมะบนเน็ต
เว็บธรรมะออนไลน์
หอมรดกไทย
ฟังธรรมดอทคอม
สนพ.ธรรมสภา-ศูนย์หนังสือพระพุทธศาสนา
นะโมบุ๊คดอทคอม
สนพ.เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์
พุทธวจน : วัดนาป่าพง
ธรรมสมาธิ:- อานาปานสติ สติปัฏฐาน (พระสังฆราช)
วัดจันทาราม (ท่าซุง)
ศูนย์พุทธศรัทธา
เว็บบอร์ด พลังจิต
บ้านธัมมะ
แนะนำร้านค้าน่าสนใจ
ร้านจำหน่ายจานและอุปกรร์ดาวเทียม
เครื่องเล่นหนัง Hidef-MKV, Hidef-Bluray 3D พร้อมสาย HDMI, OPTICAL
ร้านจำหน่ายวัตถุมงคล,สินค้าเสริม,แก้ฮวงจุ้ย ของ อ.ณัฐวรรธน์ ปภาเทพ
เครื่องกรองน้ำ และไส้กรองน้ำ
ร้านขายชาไทย สุวิรุฬห์
เรื่องเด่น modonut.net
วิธีแก้เคราะห์ปีชงปีนี้(ปีกระต่าย 2554) และเสริมพื้นดวง
ปลูกต้นไม้มงคล สำหรับคนเกิดวันต่างๆ
พิธีการขึ้นเสาเอก สำหรับบ้านและอาคารทั่วไป
การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ่งเอี้ย ปีนี้ 2557 (ปีมะเมีย)
บทสวด อนุโมทนา แก่เจ้ากรรมนายเวร และพระรัตนตรัย เสริมสร้างบารมีดีนัก
วิธีเสริมดวง สะเดาะเคราะห์
บริการดูฮวงจุ้ย บ้าน,อาคาร,ที่ดิน ทั่วประเทศ
สำหรับคนชอบหนังและ DVD
BioHazard เว็บแจกปกและสกรีน
FREECOVER เวบรวมปกหนัง
ACKER เวบรวมปกหนังทำเอง
nangdee
เวบขายแผ่นเปล่า, กล่อง DVD
DVD2HAND เวบขายแผ่น
CDCOVER เวบรวมปกหนัง
เว็บรวมข้อมูลหนัง imdb
เว็บรวมข้อมูลหนัง thaidvd
เว็บรวมข้อมูลหนังและดาราเอเซีย
thaicinema
เวบรวมปกหนังและสกรีนแผ่น (ไทย)
ร้านบูมแมอแรง ขาย DVD ส่งถึงบ้าน
โชคชะตาราศรี
ดูดวงด้วยกราฟชีวิต
ดูดวงด้วยเลข 7 ตัว 9 ฐาน
ดูดวงทำนายฝัน
ดูดวงรายวันด้วยไพ่ยิบซี
ดูไพ่ยิบซีทำนายรัก
ดูดวงด้วยไพ่ยิบซี
ดูวงวันเกิดด้วยไพ่พรหมญาณ
ดูดวงคู่สมพงษ์ คนรัก
หนังสือพิมพ์
คมชัดลึก
เดลินิวส์
ไทยโพสต์
แนวหน้า
ผู้จัดการ
บ้านเมือง
เส้นทางเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์
บางกอกโพสต์
ไทยรัฐ
สยามสปอร์ต
สยามรัฐ
สาระความรู้
learntarot.com
ห้องสมุดหนังสือเก่า
ระบบตรวจวัดระดับน้ำในคลอง
ข้อมูลไพ่ Tarot
Ya & You ยากับคุณ
เทียบค่าสกุลเงิน
เว็บสำหรับคนรักสามเกลอ (พล นิกร กิมหงวน)
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ห้องสมุดกฎหมาย
ห้องสมุดดิจิตอล
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ระบบตรวจวัดน้ำท่วมบนถนน
บันเทิง
เว็บสำหรับฝากรูปฟรี
TeeNee.com เว็บบันเทิง
หมากรุกไทย ออนไลน์
HdPlayerThailand
กระปุกดอทคอม
สนุกดอทคอม
ไทยแวร์ดาวน์โหลด
บอร์ด นิยายจีนกำลังภายใน
สยามดารา ข่าวบันเทิง,ดารา
การเดินทาง
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ศูนย์รวมอาหารและสินค้า
แผนที่กรุงเทพฯ
พยากรณ์อากาศ
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข้อมูลโรงแรม,ที่พักทั่วไทย
ศูนย์รวมจานด่วน ส่งถึงบ้าน
สภาพการจราจร
เช็คเที่ยวบิน
สถานีโทรทัศน์
ทีวีสี ช่อง 5
ทีวีสี ช่อง 7
ทีวีสี ช่อง 9
ITV
Nation Channel
MEDIA TOUCH TV
ทีวีสี ช่อง 3
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
เช็คยอดค้างจ่าย(AIS)
เช็คยอดค้างจ่าย(DTAC)
ค้นหาทันใจ
ค้นหาสิ่งของฝากส่งทางไปรษณีย์
มุมนักเสี่ยงโชค
ตรวจผลล็อตเตอรี่
ผลสลากออมสิน
ห้องสาระความรู้ ด้านโหราศาสตร์ และฮวงจุ้ย
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒ ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุข มาดูวิธีแก้ดวง สะเดาะเคราะห์
(Reader : 7300)
ปีใหม่ปีนี้ ๒๕๕๒ ปีนี้หลายคนจะเจอกับปัญหาหนัก ซึ่งผมกำลังนั่งทำนายดวงเมืองปีนี้อยู่ เพราะเมื่อเราอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ อิทธิพลต่างๆทั้งดีและร้าย ที่ดวงเมืองปีนี้จะพบเจอ เราในฐานะผู้อาศัยย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

ดังนั้น การได้เรียนรู้ถึงดวงเมืองประจำปีนี้ ย่อมทำให้เรารู้จักจังหวะของเดือนที่ดี และไม่ดี ในด้านใด จะได้เตรียมรับสถาณการณ์ให้ถูกต้อง

วิธีแก้ดวง สะเดาะห์เคราะห์ ทั่วไป

หลายวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ ใครที่รู้สึกว่าไม่ค่อยดี หรือพบเจอปัญหาหนักๆ ที่ยังหาทางออกไม่พบ แนะให้ทำตาม เพื่อแก้ไข หรือบรรเทาเคราะห์ต่างๆ ให้เบาบางลง ไม่มากก็น้อย

ส่วนใครที่คิดว่าดีอยู่แล้ว ยิ่งดีใหญ่ จะมาทำบุญ ทำทาน เพิ่มเติม ก็ยิ่งเสริมดวง เพิ่มพูนบุญบารมีของตัวเอง เพื่อให้ดียิ่งๆขึ้นไป

๑. ปล่อยสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่กำลังลำบากถึงชีวิต เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยกบ ฯลฯ ซึ่งอาจไปที่ตลาด เพื่อซื้อหาสัตว์เป็นๆ ที่กำลังจะถูกขายไปทำอาหาร เอาไปปล่อยในที่ดีๆ ก็เท่ากับเราต่ออายุให้สัตว์เหล่านั้น ซึ่งถือเป็นมหากุศล
ในขณะปล่อยก็ให้อธิษฐานถึงปัญหาต่างๆของเรา ขอให้บรรเทาลง และขออุทิศผลบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของตัวเราด้วย ขอให้อโหสิกรรม ซึ่งกันและกัน

Posted by : modonutวัน/เวลา : 9/1/2553 16:10:29
๒. ทำบุญ ทำทาน โดยการให้ทรัพย์ หรือสิ่งของต่างๆที่เขาขาดแคลน เช่นไปตามโรงพยาบาล หรือวัดต่างๆ โดยเฉพาะต่างจังหวัด ที่ไม่ค่อยมีใครไปทำบุญทำทาน ไปดูว่าเขาขาดแคลนอะไร ก็ให้บริจาคทาน ในสิ่งที่เขาขาดแคลน
หรือไปบริจาคทรัพย์ ซื้อโลงศพ, ซื้อน้ำมัน, ซื้อผ้าขาวห่อศพ ซึ่งล้วนแต่เนสิ่งดีๆ เป็นการช่วยเหลือที่จะส่งไปที่ผู้เดือนร้อนจริงๆ และเช่นกัน อย่าลืมอธิษฐานขอและอุทิศผลบุญ ตามข้อแรกนะครับ

๓. ทำบุญ ตามหลักพิธี ของแต่ละศาสนา เช่นการตักบาตร หรือทำบุญบ้าน อะไรตามพิธีในศาสนาของแต่ละคน โดยทำบุญให้รู้ถึงหลักความพอดี ไม่ลำบากเกินกำลังตนเอง

๔. การถือศีล รักษาศีล ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อืน ทำมาหากินโดยสุจริต ไม่คดโกงใคร ไม่ทำร้ายหรือใส่ความผู้อื่น เพื่อให้เราได้ดี เหล่านี้ ล้วนเป็นผลบุญที่เหมือนเกราะคุ้มกันตัวเราเอง

และที่สำคัญมากๆ คือการอธิษฐาน ถึงผลบุญต่างๆที่เราได้กระทำไป ขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของเรา และขอให้อโหสิกรรม ซึ่งกันและกัน เพราะคนเราเมื่อเกิดมา ย่อมมีเจ้ากรรมนายเวรตามติดมาด้วยทุกตัวคน รวมถึงในชาติภพนี้ ที่เราอาจไปเบียดเบียนเขาโดยที่เราไม่รู้ตัว เช่นอาจไปเหยียบมดตาย หรืออะไรเล็กๆน้อยๆ ที่เราไม่รู้ จึงต้องขอให้เจ้ากรรมนายเวรของเรา ขอให้อโหสิกรรม ซึ่งกันและกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะเมื่อกรรมหมด ก็ย่อมรับแต่สิ่งดๆเข้ามาในชีวิต อย่าทำบุญทำทาน ไปตามพิธี โดยไม่ได้รู้สึกหรืออธิษฐานในผลบุญนั้นๆ เพราะก็เหมือนส่งจดหมาย ไม่ได้จ่าหน้าซอง ผลบุญจึงไปตกที่ไหนก็ไม่ทราบ ไม่มาถึงตัวเรา หรือใครที่เราขอไว้

ขอให้เพื่อนๆ ยึดมั่นและปฎิบัติตาม เท่าที่ข้อใดจะทำได้ นึกขึ้นได้ ก็ทำเมื่อนั้น ทำไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้ปีนี้และปีต่อไป เคราะห์ร้ายต่างๆจะเบาบางลง และผลบุญจะเสริมดวงเรา คุ้มครองเราจากเคราะห์ร้ายต่างๆ

ขอให้ยึดมั่นและประพฤติในธรรมครับ

ขอขอบคุณ

Posted by :modonut
วัน/เวลา :10/1/2552 13:59:14
การทำบุญเสริมดวง แก้เคล็ดในด้านต่างๆ


1. เมื่อจะลงทุนทำกิจการใหม่ๆ การงานใหม่ๆ หรือได้รับมอบหมายงานที่สำคัญ หรือมีเรื่องทุกข็ใจต่างๆ

ให้ไปไหว้พระประธานที่วัด พร้อมถวาย กล้วยสุกหนึ่งหวี และมะพร้าวน้ำหอมหนึ่งลูก

ผลที่ได้ เรื่องยากๆ จะสำเร็จลงได้ง่ายๆเหมือนกล้วย และน้ำมะพร้าว จะชะล้างความทุกข์ให้หมดไป

2. เมื่อรู้สึกกลัดกลุ้มใจ หาทางออกไม่ได้ หรือรู้สึกไม่ค่อยดี ทั้งๆที่ทำทุกอย่างดีแล้ว

ให้ไปที่วัด หรือมูลนิธิต่างๆ ซื้อน้ำมันไปเติมในตะเกียง ซื้อหลอดไฟไปถวายวัด โดยเฉพาะที่ขาดแคลนจริงๆ

ผลที่ได้ เพื่อความสุข ความเจริญของชีวิต เหมือนมีแสงทองส่องทาง ให้เดินไปในทางที่ทุกต้อง

3. เมื่อรู้สึกการงาน การลงทุนไม่ราบรื่น มีแต่ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ

ให้ไปบริจาค ช่วยวัด หรือโรงเรียน หรือสถานที่ขาดแคลน เพื่อสร้างถนน หรือสะพาน

ผลที่ได้ เพื่อให้การงานราบรื่น ไม่ติดปัญหา ไม่มีอุปสรรค

4. เมื่อรู้สึก หรือถูกทักว่า จะมีปัญหาด้านอุบัติเหตุ หรือด้านสุขภาพ

ให้ไปตามมูลนิธิบริจาคซื้อโลงศพ หรือไปตามโรงพยาบาล บริจาคช่วยเหลือในสิ่งที่ขาดแคลน

ผลที่ได้ จะช่วยเสริมพื้นดวง ในเรื่องของอุบัติเหตุ และโรคภัยไข้เจ็บ

เน้นในทุกข้อคือ ในเวลาที่ทำ ให้ตั้งจิตและอธิษฐานด้วยทุกครั้ง โดยขอในสิ่งที่ต้องการ และสิ่งสำคัญก็ขออุทิศผลบุญทั้งหลายให้แก้เจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย และขอให้อโหสิกรรมด้วยทุกครั้ง

ไม่เช่นนั้น ที่ทำไปก็จะสูญเปล่าครับ ผลบุญทั้งหลายจะตกไปแก่สัตว์โลกทั้งหลายในบริเวณนั้น ที่ตั้งจิตอธิษฐานขอความช่วยเหลือ

Posted by :modonut
วัน/เวลา :22/2/2552 20:17:21
ความรู้ในเรื่องของเจ้ากรรมนายเวร


จะเห็นได้ว่าบ่อยครั้งมาก ที่ผมมักจะขอให้เพื่อนๆทุกๆคน ที่ยามใดเมื่อทำทำบุญทำทาน หรือตั้งจิตสมาธิ สวดมนต์ต่างๆ ให้อุทิศผลบุญนั้น ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของเราด้วย และอย่าลืมการขอให้อโหสิกรรม ซึ่งกันและกันด้วย

ที่ผมย้ำบ่อยๆ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะในทุกชีวิตที่ถือกำเนิดมา ย่อมมีเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายติดตัวเรามา จากในชาติภพที่แล้ว รวมถึงในชาติภพนี้ ทีเราอาจไปทำและเบียดเบียนทั้ง คนและสัตว์โลกทั้งหลาย ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว ซึ่งผลกรรมที่เราทำไปนั้น ย่อมติดตามเรามาจนกว่าจะสิ้นชีวิตจากกันไป และในชาติภพถัดไป เอาก็อาจจะกลายมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคนที่ทำกับเราในชาติภพที่แล้ว ก็จะเป็นกงกรรมกงเกวียนวนเวียนไปไม่รู้จักจบสิ้น

อย่างในทีวีตอนนี้ ก็จะมีเรื่อง "สาบภูษา" ที่ฉายทางช่องสาม ก็แสดงให้เห็นและเป็นตัวอย่างได้ดี ถึงเจ้ากรรมนายเวร ที่ตามมาจองล้างกันในชาติภพนี้ กับตัวละครทั้งหลาย อันนี้ผมยกเป็นตัวอย่างมา เพราะจะทำให้เพื่อนๆเข้าใจกันได้ดีมากขึ้น

อีกเรื่องที่บางคนนั้น ถือกำเนิดในวันและเวลาเดียวกัน แต่ชีวิตทำไมถึงแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง ก็มีให้เห็นให้ทราบกันบ่อยๆ อย่างบ้านเราก็กรณีของยอดนักมวยอย่างเขาทราย กับเขาค้อ ในขณะที่เขาทรายชีวิตในสังเวียนของเขานั้น ไปได้ไกลและยืนยงกว่าเขาค้อมากมายนัก ก็เป็นเพราะเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรและผลกรรมทั้งในชาติภพที่แล้ว และในชาติภพนี้ ที่ติดตัวมาของแต่ละคน ย่อมมีผลมากน้อยแตกต่างกันไป

เช่นเดียวกับพื้นดวงของเพื่อนๆบางคน ผมเช็คแล้วเช็คอีกก็พบว่า ช่วงนี้เขามีทั้งลาภก้อนใหญ่ และพื้นดวงขึ้นสูงมาก แต่กลับเป็นว่ามีทั้งหนี้สิน และเพิ่งถูกให้ออกจากงาน ทำไมถึงได้แตกต่างจากพื้นดวงของตัวเองนัก ก็เป็นเพราะผลกรรมและเจ้ากรรมนายเวรของเขานั้น ตามติดตัวมา โดยที่เจ้าตัวไม่เคยทำบุญทำทานให้ หรือขอให้อโหสิกรรมต่อกันแต่อย่างไร ดังนั้นพื้นดวงจึงปิด และจากโชคดี ก็จะกลายเป็นโชคร้ายไป ซึ่งเมื่อได้แนะนำไปแล้ว ให้เขาไปทำบุญทำทานและขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรของเขานั้น เขาก็จะค่อยๆดีขึ้น จนในปัจจุบันก็ยังโทรมาพูดคุยกับผมอยู่บ่อยๆ

และการทำบุญทำกรรมให้เจ้ากรรมนายเวรของเรานั้น ไม่ใช่ทำเพียงครั้งเดียวก็พอ ต้องทำบ่อยๆ ทำเรื่อยๆ เหมือนเราไปทำใครเขาเจ็บ ไปขอโทษครั้งเดียวเขาก็อาจจะยังไม่ยอมยกโทษให้ แต่ถ้าไปขอโทษเขาบ่อยๆ เรื่อยๆ เขาก็อาจจะใจอ่อนยอมยกโทษให้เราในที่สุด

หรือในรายของคุณริชชี่ ที่สามารถเห็นเจ้ากรรมนายเวรของคนอื่นๆ และไปขอต่อเจ้ากรรมนายเวรของคนนั้นๆ ให้ ซึ่งถือเป้นการสื่อสารตรงๆ จึงอาจเห็นผลได้รวดเร็ว แต่เราไม่สามารถเห็นเช่นนั้นได้ จึงต้องใช้วิธีทำบุญทำทานและอธิษฐานขอแทน

ในรายของคุณริชชี่ ตัวผมเองก็เคยพบคนที่คล้ายๆกับคุณริชชี่ คือสามารถมองเห็นเจ้ากรรมนายเวรของคนอื่น และเขาก็จะไปช่วยเหลือ บางคนอาจรู้ถึงขั้นไปบ้านของคนนั้นๆเอง เพราะในช่วงนั้น อาจเป็นช่วงที่คับขันต่อชีวิตของคนๆนั้น และการไปขอต่อเจ้ากรรมนายเวรให้คนทั้งหลาย ก็เป็นเหมือนบ่วงกรรมเช่นกัน ที่เขาต้องไปช่วยเหลือบุคคลต่างๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันเลย แต่เป็นเหมือนอาจเพราะคนๆนั้น ในชาติที่แล้วอาจเคยช่วยเหลือเขามาก่อน ในชาตินี้เมื่อเขาเกิดมีญาณในเรื่องนี้ จึงได้มาช่วยเหลือเขาได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ มักไม่ต้องการมีชื่อเสียง หรือทำตัวให้เป็นที่รู้จัก เขาจะไปช่วยเหลือตามแต่ญาณของตัวเองจะเกิดนิมิตรขึ้นมาในเวลาใด

และไม่ใช่พวกคนทรงทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกแอบอ้างเอาเงินสะเดาะห์เคราะห์จากคนทั่วไป ซึ่งถือเป็นบาปกรรมหนัก ที่ใครที่เขาหลอดในชาตินี้ ก็ย่อมเป็นเจ้ากรรมนายเวรติดตามตัวเขาไป เมื่อเขาเกิดใหม่ในอีกชาติภพถัดไป

ดังนั้น จึงฝากเพื่อนๆ ให้หมั่นทำบุญทำทานให้เจ้ากรรมนายเวรของตัวเองบ่อยๆนะครับ ก็ถือว่าเป็นการเสริมดวงสะเดาะเคราะห์กรรมที่ติดตัวมาของแต่ละคนด้วยเช่นกัน

Posted by :modonut
วัน/เวลา :9/4/2552 20:44:25
เรียน อาจารย์ณัฐที่เคารพ
ผมอยากจะทำบุญเพิ่มเสริมดวงชะตาและแก้เคล็ดเพราะรู้สึกกลัดกลุ้มใจในเรื่องของการงานและครอบครัว แต่ตอนนี้ผมอยู่ต่างประเทศ ไม่มีวัดไทยให้ทำบุญ
ถ้าผมจะให้น้องสาวที่เมืองไทยทำบุญให้แทนจะได้ไหมครับ และอาจารย์มีคำแนะนำในเรื่องนี้อย่างไร ขอความกรุณาด้วยครับ
Tang
Posted by :Tang
วัน/เวลา :1/6/2552 18:51:22
ให้น้องสาวทำแทนได้ครับ ให้ทางคุณส่งของหรือปัจจัยต่างๆไปให้

และให้ทางน้องสาวคุณ เขียนชื่อและที่อยู่ใส่กระดาษขนาดเท่านามบัตรก็ได้ครับ ใส่ลงไปในทุกครั้งที่ไปทำบุญครับ เช่นถ้าไปทำบุญบริจาคอะไรก็แนบชื่อคุณที่เขียนไว้ไปด้วย

ไปบริจาคซื้ออะไร ก็ให้เขียนชื่อคุณลงไป โดยให้ทางน้องสาวบอกวันและเวลาคร่าวๆที่จะไปทำ และในช่วงเวลานั้น ให้ทางคุณตั้งจิตอธิษฐานตามไปด้วยนะครับ ตรงนี้สำคัญ

เพราะถึงน้องสาวจะเป็นผู้ทำแทน แต่การตั้งจิตอธิษฐาน การแผ่ส่วนบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของตัวเอง ก็ต้องให้เจ้าตัวตั้งจิตอธิษฐานไปด้วย เพื่อเป็นการส่งไปให้ถึง จึงจะสมบูรณ์

การทำบุญเสริมดวงต่างๆ ทำโดยตัวคุณเองได้ ด้วยการสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ถือศีล(แล้วแต่ตั้งใจไว้ว่าจะทำกี่ข้อ) แล้วอธิษฐานในใจ เพื่อขออุทิศผลบุญจากการถือศีล หรือสวดมนต์ หรือนั่งสมาธิในครั้งนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า และขอให้อโหสิกรรม ซึ่งกันและกัน หรือเพื่อขอให้................ตามแต่ที่เราจะตั้งใจไว้ครับ

อย่าลืมว่า การสวดมนต์ ภาวนา และถือศีล ก็เป็นการทำบุญเสริมบารมีให้ตัวเราเอง และอุทิศให้ผู้อื่นได้ด้วยเช่นกัน อาจอาศัยช่วงเช้าก่อนออกไปทำงาน หรือช่วงเย็นก่อนนอน ทำก็ได้ครับ

ทำอะไรก็แล้วแต่ การตั้งจิตอธิษฐาน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ผมเคยบอกหลายครั้งแล้ว ว่าการที่เราทำบุญด้วยวิธีต่างๆ แต่ไม่ได้ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อการใด เปรียบเหมือนการส่งจดหมาย แต่ไม่ได้จ่าหน้าซองให้ผู้ใดก็ย่อมไม่ถึงซึ่งสิ่งที่เราตั้งใจไว้ครับ

อีกอย่างที่ทำได้ คือการทำบุญให้พระประจำวันเกิดของตัวเอง จะมีบทสวดทั้งฉบับเต็มและฉบับย่อ อยู่ที่หน้าแรกของเว็บนะครับ ลองปฎิบัติตามนะครับ ส่งผลดีแก่ตัวเองแน่นอนครับ

Posted by :modonut
วัน/เวลา :1/6/2552 20:22:22
ธรรมะของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี


สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )

วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร
ท่านเป็นอมตมหาเถระ ที่มีเกียรติคุณเป็นที่ปรากฏอย่าน่าอัศจรรย์ มีปัญญาเฉียบแหลมแตกฉานในทางธรรม
เป็นเลิศทั้งด้านสมถะและวิปัสสนา พระคาถาที่ทรงอานุภาพยิ่งของท่าน คือ คาถาชินบัญชร

ชาติกาล 17 เมษายน พ.ศ. 2331
ชาติภูมิ บ้านบางขุนพรหม ฝั่งตะวันออก กรุงธนบุรี
บรรพชา เมื่ออายุได้ 13 ปี
อุปสมบท เมื่ออายุได้ 20 ปี
ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่อ พ.ศ. 2408
มรณภาพ 22 มิถุนายน พ.ศ.2415
สิริรวมชนมายุได้ 84 ปี

คติธรรมคำสอน ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่ และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้ อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา
กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง
2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์
3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเรา เพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง

ทางแห่งความหลุดพ้น
เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่า ชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้น จึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏ ท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้ง เพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน

แต่งใจ
ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็น จะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกาย เป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?

กรรมลิขิต
เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่
ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง
อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน
ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง


เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ

นักบุญ
การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะ ทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น

ละความตระหนี่มีสุข
ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้น จึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน

อย่าเอาเปรียบเทวดา
ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์ เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดี นี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่ง อันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย

บุญบริสุทธิ์
การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้น ก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน

สั่งสมบารมี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้น เป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน

เมตตาบารมี
การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขา ท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มาก และทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน

แผ่เมตตาจิต
ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า

อานิสงส์การแผ่เมตตา
ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไป เมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้

ประโยชน์จากการฝึกจิต
ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม

คัดลอกจาก http://www.dhammajak.net/book-somdet-to/2.html

Posted by :modonut
วัน/เวลา :20/7/2553 9:46:02

 

Log in before, please.

 

© 2017 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com